“ข้าวผัดหมู” กินแล้วดียังไง (admin posted on January 30th, 2014 )

 “ข้าวผัดหมู” กินแล้วดียังไง

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาศึกษาถึงคุณประโยชน์ของอาหารไทยยอดนิยม ที่มีชื่อว่า “ข้าวผัดหมู” เพื่อนๆค่ะ ข้าวผัดหมูเป็นอีกหนึ่งอาหารไทย ที่กินได้หลากหลายวัย เป็นอาหารที่จะบอกว่า เป็นอาหารสิ้นคิด ที่ทุกครั้ง ไม่รู้จะสั่งอะไร ก็ต้องข้าวผัด ข้าวผัด อย่างเดียวเลย เพื่อนเคยเป็นกันไหมค่ะ แต่วันนี้เรามีความรู้ ของเมนูนี้มาฝาก แล้วคุณจะเปลี่ยนความคิดว่าเมนูอาหารนี้ คือ เมนูอาหารสิ้นคิดอีกต่อไป เพราะ ข้าวผัดหมู เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารไทยเพื่อสุขภาพ เป็นอาหารจานหลักที่มีส่วนผสมทั้งหมดรวมๆแล้วก็เกือบครบหลัก 5 หมู่ ที่เพื่อนต้องการในแต่ละวันเลยก็ว่าได้ มาดูกันว่า ข้าวผัดหมู ให้อะไรกับคุณบ้าง ……

1.คุณประโยชน์จากข้าวที่นำมาผัด ข้าวเป็นแหล่งของอาหารที่ให้พลังงาน ในข้าวจะมีวิตามิน แร่ธาตุและสารอาหาร ที่สำคัญต่อร่างกายรวม 20 กว่าชนิด แต่ข้าวที่อุดมไปด้วยคุณค่าของสารอาหาร แต่ควรเป็นข้าวที่ผ่านการขัดสีที่น้อยที่สุด จะมีสารอาหารเหล่านี้มากที่สุด

2.คุณประโยชน์จากหมู เนื้อหมูที่นำมาเป็นส่วนประกอบนั้น จะทำให้เราได้รับสารอาหารจำพวก โปรตีนและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย 

3.คุณประโยชน์จากไข่ไก่ ไข่ไก่เป็นอาหารที่ สมบูรณ์ บริสุทธิ์ เป็นแหล่งอาหารที่ดี  มีโปรตีน กรดอะมิโนที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตถึง 10 ชนิด และยังอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญอีก 13 ชนิด

4.ผักที่นำมาเป็นส่วนประกอบ เช่น แครอท  มะเขือเทศ และแตงกวาผักเครื่องเคียงทานคู่กับข้าวผัด หรือจะเป็นหอมสด ผักซี ซึ่งผักเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เต็มไปด้วยสารอาหารที่หลากหลาย ทั้ง วิตามิน แร่ธาตุ กากใยอาหาร และสารอาหารอื่นๆ อีกมากมาย

5.เครื่องปรุงและเครื่องเทศต่างๆ ที่นำมาปรุงเมนูข้าวผัด ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งหมด เพียงแต่จะมีประโยชน์ที่แตกต่างกันไป

 

เป็นไงค่ะ เมนูอาหารสิ้นคิด ไม่สิ้นคิดอีกต่อไปแล้วใช่ไหมค่ะ เพราะประโยชน์ของอาหารเมนูนี้ ช่างมากมายเกินจะสิ้นคิดจริงๆ

 

เรียบเรียงบทความโดย  :  PAWEENA

 

เมนูอาหารไทยเพื่อสุขภาพ “ต้มจืดเต้าหู้ไข่” (admin posted on January 25th, 2014 )

เมนูอาหารไทยเพื่อสุขภาพ “ต้มจืดเต้าหู้ไข่”

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ วันนี้เรามีเมนูอาหารไทยเพื่อสุขภาพ หนึ่งเมนู มาฝากกันค่ะ ซึ่งก็คือ “ต้มจืดเต้าหู้ไข่” ใช่แล้วค่ะ เมนูนี้อาจจะเป็นเมนูอาหารโปรดของใครหลายๆคน โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ชื่นชอบเมนูเป็นพิเศษ กินง่าย อร่อย อีกทั้งยังมากไปด้วยคุณประโยชน์ จากส่วนประกอบที่ได้จากเมนูอาหารนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น หมูสับ เต้าหู้ไข่ ผักที่นำมาเป็นส่วนประกอบ ทำให้เมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูเพื่อสุขภาพที่เราขอแนะนำไงละค่ะ และวันนี้เราก็มีสูตรในการทำอาหารเมนูนี้มาฝากกันด้วย นั้นคือ สูตรการทำต้มจืดเต้าหู้ไข่ จะเป็นอย่างไร ยากหรือง่ายแค่ไหน ดังนี้ค่ะ …..

ส่วนผสม

เต้าหู้(ไข่)

ต้นหอม

หมูสับ

เห็ดเข็มทอง

แครอท

น้ำตาล

น้ำปลา

พริกไทยเม็ด โขลกให้ละเอียดพอหยาบ

โครงกระดูกหมูติดมันหน่อยๆ

( จะใส่ผักที่เราชื่นชอบลงไปด้วยก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ ตามชอบค่ะ )

วิธีทำ

1.ใส่กระดูกหมูติดมัน สับแหลกแจกละเอียด 1 ใน 3 ส่วนลงหม้อ ใส่กระดูกหมูทั้งหมดลงหม้อ เคี่ยวเพื่อให้มันหมูและไขต่าง ๆ ลอยฟ่อง ช้อนตักออกเพื่อให้น้ำซุปใส เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ หรือจะใช้ซุปหมูก้อนก็ได้  แต่เพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารเราขอแนะนำ ให้ทำนำซุปโครงกระดูกหมูจากกระดูกหมูแท้ๆจะดีกว่า หวานหอม กลมกล่อมกว่ากันเยอะค่ะ เพียงแค่ใช้เวลาเคี่ยวนานหน่อยเท่านั้นเอง

2.ใส่แครอทหย่อนลงไปเคี่ยวด้วยเถ้าน้ำงวดลงให้เติมน้ำปรุงรส คือ ตวงน้ำทีละถ้วย ใส่น้ำปลา น้ำตาลและพริกไทยอย่างละนิดหน่อย ราดซ้ำเพิ่มปริมาณลงไป ถ้าอยากให้เดือดเร็ว มีกลิ่นหอมคลุ้งอย่าลืมตักฟองตักฝาให้ซุปใส

3.พอน้ำซุปได้ที่ ใส่หมูที่ปั้นเป็นก้อนแล้วลงไป ตามด้วยเห็ดเข็มทองมัดจุก แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา ปรุงรสจนได้รสที่ชอบ ใส่พริกไทยป่น และใส่เต้าหู้ลงไป คนเบา ๆ อย่าให้เละ ถ้ามีฝามีไขก็ตักทิ้ง  รอจนสุกดี ยกลง ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

 

เรียบเรียงบทความโดย  : PAWEENA

 

 

สูตรการทำผัดพักรวมมิตรแสนอร่อย (admin posted on January 22nd, 2014 )

สูตรการทำผัดพักรวมมิตรแสนอร่อย

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆวันนี้เราจะพาเพื่อนมาทำอาหารไทยอีกหนึ่งชนิด ที่ได้ชื่อว่าทำง่ายที่สุด อร่อย แล้วยังมากไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้อีก  ซึ่งเมนูนี้ก็คือ “ผัดผักรวมมิตร” ใช่แล้วค่ะ แม้แต่มือใหม่ ที่หัดทำกับข้าวก็ยังทำเมนูนี้ได้เลย แต่ถ้าว่ามือใหม่ทำได้แต่จะอร่อยหรือเปล่า เรื่องนั้น ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะว่า เรามีสูตรในการทำผัดผักรวมที่แสนอร่อยว่ามาฝากกันดังนี้ค่ะ ……

 

เครื่องปรุงและส่วนผสม

ดอกกะหล่ำ    ½ ถ้วย

แครอท    ¼ ถ้วย

ข้าวโพดอ่อน    2 ฝัก

บล็อกโคลี่    ½ ถ้วย

กระเทียม    4 กลีบ

น้ำมันหอย    1 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วขาว    1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล    1 ช้อนชา

น้ำมัน    2 ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

1.ปอกเปลือกแครอทและกระเทียม จากนั้นนำไปล้างให้สะอาด พร้อมกับผักอื่น ๆ (ระวังอย่าล้างดอกกะหล่ำแรงจะทำให้ดอกแตกได้)

2.นำดอกกะหล่ำและบล็อกโคลี่มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ส่วนแครอทและข้าวโพดอ่อนฝานเป็นชิ้นบาง ๆ พอประมาณ ส่วนกระเทียมนำมาทุบแค่พอแตก

3.เตรียมตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันลงไปและเปิดไฟแรง ใส่กระเทียมลงไปก่อนแล้วเจียวให้หอม จากนั้นใส่ดอกกะหล่ำและบล็อคโคลี่ ลงไปผัดสักพัก ตามด้วยข้าวโพดอ่อนและแครอทผัดให้เข้ากัน

4.ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงไปแล้วผัดต่อไปให้เข้ากันจนผักสุก  ชิมรสตามใจชอบ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ กับข้าวสวยร้อนๆ

 

เรียบเรียงบทความโดย  :  PAWEENA

 

 

 

“ผัดผักใส่ตับ” อาหารไทยเพื่อสุขภาพ (admin posted on January 17th, 2014 )

“ผัดผักใส่ตับ” อาหารไทยเพื่อสุขภาพ

ถ้าจะพูดถึงเมนู “ผัดผักใส่ตับ” คงจะเป็นเมนูจานโปรดของใครต่อใครหลายคน  เพราะความอร่อยของตับที่กินกี่ทีๆ ก็นุ่มปากอร่อยลิ้น ยิ่งผัดใส่ผักที่เราชอบ ยิ่งทวีความอร่อยเลยใช่ไหมละค่ะ นอกจากตับจะนำมาผัดคู่กับผักได้ เมนูเกี่ยวกับตับยังมีอีกมากมาย เช่น ตับปิ้ง ตับหวาน ผัดขิงใส่ตับ ฯลฯ เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นเมนูไหนๆ เกี่ยวกับตับ  ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารไทยเพื่อสุขภาพ เพราะเราต่างรู้กันดี ว่าตับที่เรากินเข้าไปนั้น มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนสารอาหารที่ว่านั้น ก็คือ….

1.โปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการเพื่อใช้ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

2.ตับยังเป็นแหล่งรวมของวิตามินที่มีประโยชน์ เช่น วิตามินเอ ช่วยสร้างและบำรุงรักษาผิวหนังและผนังเยื่อจมูก ช่องในลำไส้ ทำให้เนื้อเยื่อในตาแข็งแรง

วิตามิน บี 2 ทำให้ผิวมีสุขภาพดี สายตาดี มองเห็นได้ชัดในที่ที่มีแสงสว่างน้อย

วิตามิน บี 3 ทำให้ผิวหนัง ประสาท และลำไส้มีสุขภาพดี ระบบย่อยเป็นปกติ ทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิตามิน บี 5 ทำให้ร่างกายนำคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด

วิตามิน บี 6 สร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ๆ ให้กับร่างกาย

วิตามิน บี 12 บำรุงประสาทให้แข็งแรง ทำให้สมองทำงานได้ดี ความจำดี และทำให้การสร้างเลือดเป็นปกติ

3. ตับจะอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบหมุนเวียนเลือด ช่วยเสริมสร้างฮีโมโกบิน ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง  ที่ไว้ใช้จับกับออกซิเจนเพื่อให้ออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย

 

ด้วยเหตุนี้เมนูอาหารเกี่ยวกับตับ จึงเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ  ที่เราขอแนะนำ  แต่ถึงแม้ตับจะมีประโยชน์มากมาย แต่หากรับประทานมากไปก็ส่งผมเสียได้เช่นกัน อะไรที่มันเกินไป มักจะไม่ดีเสมอ  เนื่องจากตับเป็นส่วนที่กำจัดสารพิษ ซึ่งอาจจะมีสารพิษตกค้างได้บ้าง

 

เรียบเรียงบทความโดย  :  PAWEENA

 

คุณค่าของอาหารไทยที่คุณควรรู้ (admin posted on January 14th, 2014 )

คุณค่าของอาหารไทยที่คุณควรรู้

เรื่องของอาหารการกิน สำหรับคนไทย  ก็คงต้องอาหารไทยใช่ไหมละค่ะ เพราะเราคนไทย อาหารอื่นๆจะดีสู้กับอาหารไทย ที่มีการนิยมชมชอบกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ใช่ไหมละค่ะ นอกจากอาหารไทยจะเป็นอาหารที่นิยมกันมากสำหรับคนไทยเราแล้ว  อาหารไทยยังเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของความเป็นไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย ที่มีคุณค่าแก่การถนอมเก็บและสืบสานรสชาติ และ วิธีการทำเอาไว้

 

อาหารไทยของเรามีด้วยกันอยู่  4 ภูมิภาค  แต่ละภาคก็จะมีวิถีการกินที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมืองของทางภาคเหนือ อาหารพื้นเมืองของทางภาคอีสาน ภาคใต้และอาหารไทยทางภาคกลาง ถึงจะแตกต่างตามวิถีของแต่ละภาค แต่ทว่าในเรื่องของรสชาติแล้วนั้น บอกได้คำเดียวเลยว่าอร่อยไม่แพ้ชาติใดในโลกแน่นอน นอกจากความอร่อยแล้ว อาหารไทยยังนำวัตถุดิบอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มาเป็นส่วนผสมในอาหารไทยนั้นๆ โดยเฉพาะ พืชสมุนไพร เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ มาใช้ปรุงรสอาหาร โดยเฉพาะเมนูต้มยำและส้มตำ ซึ่งถือเป็นอาหารไทย จานหลักที่คนไทยทั่วและคนทั่วโลกทุกคนต่างก็รู้จักกันดี

 

เพราะฉะนั้น เราคนไทย ก็ควรที่จะร่วมสืบสานเอกลักษณ์ดีๆ ไว้ให้คู่กับเราไปนานๆ ตราบชั่วลูกชั่วหลาน  ให้ลูกหลานของเราได้เชยชมความเป็นไทย และร่วมสืบสานกันต่อไป เพราะนอกจากจะให้ความเป็นไทย อาหารไทยยังให้คุณค่าทางอาหารหลายอย่าง ที่ส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงได้ ป้องกัน บำรุง และซ่อมแซมร่างกายได้ดี ด้วยอาหารไทยนี้ละค่ะ

 

เรียบเรียงบทความโดย  :  PAWEENA

สูตรแกงส้มปลาช่อน (admin posted on January 9th, 2014 )

สูตรแกงส้มปลาช่อน

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ วันนี้เรามีเมนูอาหารไทยที่เหมาะสำหรับคนทุกภาค กินได้ง่ายและอร่อยมากๆ นั้นก็คือ แกงส้มปลาช่อน เมนูนี้ ถือเป็นเมนูอาหารยอดนิยมพอสมควร เนื่องจากได้รับการตอบรับของคุณทั่วทุกภาคว่าเป็นอาหารที่ให้รสชาติอร่อย กลมกล่อม แซบ จี๊ด ถึงใจ เนื้อปลานุ่มๆรับประทานคู่กับน้ำแกงส้มแซบๆ จี๊ดเข้ากันอย่าบอกใครเลยละค่ะ และวันนี้เองที่เราเตรียมสูตรเคล็ดลับในการทำแกงส้มปลาช่อนมาฝากกัน หากว่าคุณอยู่บ้านแล้วไม่รู้จะกินเมนูไหนดี ลองเมนูแกงส้มดูสิค่ะ สูตรของเรามีดังนี้….

ส่วนผสม

ปลาช่อน 1 ตัว  ( ขนาดตัวประมาณ 300 กรัม )

น้ำ        3 ถ้วย   

แตงโมอ่อน        1 ลูก    

ผักบุ้งไทยหั่นพองาม        10 ยอด

ถั่วฝักยาวหั่นพองาม        1 ถ้วย   

ดอกแค 1 ถ้วย   

น้ำปลา  2-3 ช้อนโต๊ะ      

น้ำส้มมะขาม 1-2 ช่อนโต๊ะ          

 

ส่วนผสมของน้ำพริกแกงส้ม

พริกแห้งผ่าเอาเมล็ดออกแช่น้ำ     5 เม็ด   

หอมแดง            7 หัว    

กระเทียม           1 หัว    

กระชาย 1 ช้อนชา          

กะปิ      1 ช้อนชา

เกลือ     1/2 ช้อนชา       

***  โขลกเครื่องแกงให้ละเอียด  ***           

 

วิธีทำ

1. ขอดเกล็ดปลา ควักไส้ออกล้างปลาด้วยน้ำเกลือให้หมดเมือก ตัดท่อนหางยาวประมาณ 3

นิ้ว ที่เหลือตัดเป็นแว่นขนาด 1/2 นิ้ว

2. ต้มน้ำ 3 ถ้วยให้เดือดใส่ปลาท่อนหางต้มให้สุก ตักขึ้น แกะเอาแต่เนื้อปลา โขลกกับเครื่อง

แกงให้เข้ากัน

3.ละลายน้ำพริกลงในหม้อต้มปลา ตั้งไฟให้เดือดใส่แตงโมอ่อน ผักบุ้ง พอเดือดสักครู่ใส่ถั่ว

ฝักยาว ใส่ดอกแค ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก ชิมให้ออกรสเปรี้ยวเล็กน้อย พอน้ำ

เดือด อีกครั้งใส่ปลา พอสุก ยกลงเสิร์ฟ (รับประทานได้ 5-6 คน)

 

เรียบเรียงบทความโดย :  PAWEENA

 

               

 

 

 

สูตรการทำพะแนงเนื้อกับขนุนอ่อน (admin posted on January 6th, 2014 )

สูตรการทำพะแนงเนื้อกับขนุนอ่อน

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ วันนี้เรามีหนึ่งเมนูอาหารไทย มาแนะนำกันค่ะ ซึ่งอาหารไทยเมนูนี้ เป็นอาหารไทยง่ายๆ ที่ใช้เวลาในการปรุงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง อีกทั้งรวมส่วนผสมทั้งหมดแล้ว ราคาไม่ถึงสองร้อยด้วยซ้ำไป และเมนูนั้นก็คือ “พะแนงเนื้อกับขนุนอ่อน”    หลายคนคงจะชื่นชอบพะแนงอยู่บ้าง เพราะเป็นเมนูอาหารที่มีรสชาติกลมกล่อม แต่การกินพะแนงธรรมดาๆ บ่อยๆ คงจะน่าเบื่อ เพราะเช่นนั้น เรามาเปลี่ยนรสของพะแนงธรรมดาๆ ด้วยเนื้อขนุนที่ให้รสหอมหวานแปลกลิ้น ด้วยสูตรของเราดีไหมค่ะ  หากคุณพร้อมแล้ว ก็จดเอาสูตรและวิธีการทำพะแนงเนื้อกับขนุนอ่อน ของเราที่เตรียมมาให้เพื่อนเรียบร้อยดังนี้ค่ะ ……

ส่วนผสม

เอ็นเนื้อ  200 กรัม

เครื่องแกงพะแนง  50 กรัม

มะเขือพวงเด็ด 10-20 เม็ด

เนื้อขนุนอ่อน  100 กรัม

น้ำปลา 1  ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปี๊บ  1  ช้อนโต๊ะ

นมสด  1  ถ้วย

โยเกิร์ต  1 ถ้วย

ใบมะกรูดฉีก  4-5 ใบ

ลูกผักชีคั่วบด  ½   ช้อนชา

พริกไทยดำบดหยาบ  1  ช้อนชา

เกลือ  ½  ช้อนชา 

น้ำมันเล็กน้อย

 

วิธีการทำ

1.ตั้งหม้อใส่น้ำเพื่อเคี่ยวเนื้อให้เปื่อยนุ่ม ขณะเดียวกันผัดเครื่องแกงกับน้ำมันพอหอม แล้วนำไปเทลงในหม้อเนื้อต้ม ตามด้วยนมสดคนให้เข้ากัน ปรุงรสตามชอบ จากนั้นใส่ใบมะกรูดฉีก พริกไทยดำ และลูกผักชี แล้วเคี่ยวไปเรื่อยๆ ด้วยไฟอ่อนๆ

2.ใส่โยเกิร์ต มะเขือพวง และเนื้อขนุน รอให้เดือดอีกครั้ง ชิมรส ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับวิธีการทำอาหารเมนูนี้ “พะแนงพะแนงเนื้อกับขนุนอ่อน”

 

สำหรับเมนูอาหารนี้  ใช้รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ เข้ากันอย่าบอกใครเลยละค่ะ นอกจากจะอร่อยแปลกลิ้นแล้ว คุณค่าทางอาหารจากเมนูนี้ ก็มีมากมาย ไม่ว่าจะได้จากเนื้อสัตว์ จากเนื้อขนุนอ่อน และส่วนผสมเครื่องเทศอื่นๆอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูเพื่อสุขภาพที่คุณต้องลองค่ะ

 

เรียบเรียงบทความโดย  :  PAWEENA

 

การจับคู่อาหารที่มีประโยชน์ (admin posted on December 28th, 2013 )

การจับคู่อาหารที่มีประโยชน์

อาหารทุกชนิด ทุกเมนู ล้วนแล้วแต่มีคุณประโยชน์ซ่อนอยู่ในตัวอยู่แล้ว  แต่อาหารบางอย่าง หากนำมาจับคู่กันแล้วกิน จะให้คุณประโยชน์เพิ่มขึ้นอีก  ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากอาหารเหล่านี้ ก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลดีต่อร่างกายและสุขภาพทั้งนั้น  แล้วอาหารชนิดไหน อาหารอะไร ที่นำมาจับคู่กินแล้วมีผลดีต่อร่างกายและสุขภาพ วันนี้เรามีมาแนะนำคุณกันด้วย

1.กล้วยกินคู่กับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ  กินคู่กันจะช่วยดูแลลำไส้ ร่างกายก็จะได้รับทั้ง “พรีไบโอติก” และ “โพรไบโอติก”พร้อมกัน ก็จะ เหมือนการชาร์จแบตเตอร์รี่เพิ่มพลัง

2.กินแอปเปิ้ลคู่กับองุ่น จะช่วยของหัวใจ เพิ่มความแข็งแรงให้กับหัวใจ และทำให้หัวใจมีการทำงานที่ดี มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3.เนื้อปลากินคู่กับบร็อกโคลี่ จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคมะเร็งต่างๆ  เพราะทั้งคู่มี “ซีลีเนียม” และ “ซัลโฟ-ราเฟน” ที่จะช่วยยับยั้งการก่อตัวและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ทำให้ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลดลง

4.ถั่วฝักยาวกินคู่กับพริกหวานสีแดง จะช่วยป้องกันโลหิตจาง เพราะคู่นี้จะมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งธาตุเหล็กนี้ ก็จะเพิ่มความเข้มข้นให้กับโลหิต  ทำให้ไม่เกิดภาวะเสี่ยงของการเป็นโรคโลหิตจางนั้นเองค่ะ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ สำหรับการจับคู่อาหารของเรา อาหารไม่ว่าจะ อาหารชนชาติไหน รวมถึงอาหารไทยเราก็ตามแต่ หากมีวิธีการรับประทานที่ถูกต้อง ถูกหลัก สิ่งเหล่านั้น ก็จะมอบประโยชน์ให้กับร่างกายของเราอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าเมื่อใด มีวิธีการรับประทานที่ผิว ไม่ถูกหลัก ก็เตรียมตัว เตรียมร่างกาย กับการมีสุขภาพที่แย่ และเสี่ยงต่ออาการ และโรคต่างๆได้

 

เรียบเรียงบทความโดย  :  PAWEENA

 

“ยำตะไคร้”อาหารไทยเพื่อสุขภาพ (admin posted on December 25th, 2013 )

“ยำตะไคร้”อาหารไทยเพื่อสุขภาพ

ยำตะไคร้เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารไทย ที่สามารถทำรับประทานได้ง่าย เพียงเวลาแค่ไม่กี่นาที ก็สามารถแซบกับยำตะไคร้ได้แล้วค่ะ ยำตะไคร้ นอกจากจะเป็นอาหารไทย ที่ทำง่ายและให้รสชาติที่แซบอร่อยแล้ว ยำตะไคร้ยังถือเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารไทยเพื่อสุขภาพ เพราะตะไคร้เป็นเครื่องเทศไทย ที่มีสรรพคุณทางยาและสรรพคุณทางด้านสมุนไพรไทยในการรักษาอาการต่างๆได้อย่างดีเลยละค่ะ เพราะเช่นนั้น ถ้าคุณกินยำตะไคร้ก็เท่ากับว่าคุณกำลังกินอาหารเพื่อสุขภาพอยู่นั้นเองค่ะ และหากว่าคุณสนใจ อยากจะดูแลสุขภาพง่ายๆด้วยการกินยำตะไคร้ วันนี้เราก็มีสูตรในการทำยำตะไคร้ง่ายๆ อร่อยๆ ประหยัดเวลา เพียงไม่กี่นาที คุณก็จะได้กินยำตะไคร้ ดังนี้ค่ะ …..

 

ส่วนผสม

ตะไคร้ซอยบางๆ 3 ต้น

หมูสับลวกพอประมาณ

กุ้ง 4 ตัวปอกเปลือกแล้วลวกให้เรียบร้อย

น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทรายตามชอบ  

พริกขี้หนูซอยตามชอบ

หอมแดงซอย 4 หัว

ต้นหอมซอย 1 ต้น

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ตามชอบ

 

วิธีทำ

1.เริ่มจากนำตะไคร้ หมูสับลวก กุ้งลวก มาใส่รวมกัน แล้วใส่เครื่องปรุงที่เตรียมไว้ พร้อมกับหอมแดงซอย ต้นหอมซอย คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน

2.เสร็จแล้วตักใส่จานแล้วโรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ก็เป็นอันเสร็จวิธีการทำยำตะไคร้ ง่ายนิดเดียวใช่ไหมละค่ะ

 

ข้อแนะนำในการรับประทานยำตะไคร้ให้อร่อย

-เวลาทานอาจมีผักแกล้ม เช่น ใบสะระแหน่กะหล่ำปลีหั่นฝอย ก็ได้รสชาติไปอีกแบบค่ะ

 

เป็นไงบ้างค่ะ ง่ายใช่ไหมละ หากว่าคุณอยากเป็นอีกหนึ่งคน ที่มีสุขภาพดี ยำตะไคร้ เป็นอีกหนึ่งเมนู ที่เราขอแนะนำคุณค่ะ

 

เรียบเรียงบทความโดย  :  PAWEENA

 

พฤติกรรมการทานอาหารที่คุณควรหลีกเลี่ยง (admin posted on December 21st, 2013 )

พฤติกรรมการทานอาหารที่คุณควรหลีกเลี่ยง

พฤติกรรมการทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็น อาหารไทยหรืออาหารต่างชาติ อาหารอะไรก็ตามแต่ หากคุณมีพฤติกรรมการทานที่ไม่ถูกวิธี  ดังพฤติกรรมที่เราจะยกตัวอย่างให้คุณฟังนั้น คุณต้องหลีกเลี่ยงให้เร็ว โดยด่วน เพราะพฤติกรรมการทานอาหารที่เราจะกล่าวถึงนี้ จะส่งผลเสียมากๆ สำหรับระบบทางเดินอาหารของคุณ ทำให้ระบบย่อยอาหารของคุณทำงานผิดปกติ นำมาซึ่งปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ ระบบการขับถ่ายผิดปกติ ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะส่งผลให้อนาคตโรคร้าย อย่างมะเร้งลำไส้ถามหาคุณแน่นอนค่ะ มาดูกันสิว่า พฤติกรรมแบบไหน ที่คุณควรหลีกเลี่ยงโดยด่วนในการรับประทานอาหาร

1. พฤติกรรมกินข้าว หน้าคอม  ไม่เหมาะอย่างมาก ไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน คุณก็ไม่ควรทานอาหารหน้าจอคอม เพราะการที่คุณจดจ่องอยู่กับหน้าจอคอมแล้วทานอาหารไปด้วย จะทำให้คุณทานอาหารได้เยอะขึ้นแล้วอีกทั้งยังไม่สนใจอาหารที่รับประทานเท่าที่ควร นอกจากจะไม่เหมาะสมอย่างมากแล้ว  ยังอาจทำให้อาหารติดคอได้ด้วย เพราะเช่นนั้นไม่ควรทำอย่างยิ่ง

2. ดื่มน้ำเย็นระหว่างมื้อ  การดื่มน้ำเย็นไปด้วย ในขณะทานมื้ออาหารอยู่นั้น ถือเป็นเรื่องที่ผิดอย่างมาก เพราะถ้าหากเราดื่มน้ำเย็นๆ ในขณะทานข้าวนั้น ความเย็นจัดของน้ำ จะไปทำลายกล้ามเนื้อทางเดินอาหารให้หยุดซะงัก ไม่ควรอย่างมากๆค่ะ

3. กินแป้งเยอะ  การกินอาหารที่มีแป้งเยอะ จะทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหาร

4. กินไปคุยไป พฤติกรรมนี้ก็ไม่ควรอย่างมาก ที่จะทำในระหว่างการกินข้าว เพราะอาจจะส่งผลเสียให้กับตัวคุณหลายอย่าง

 

เรียบเรียงบทความโดย  :  PAWEENA